อ่าน 1 นาที
เดือนกรกฎาคมในเกาหลีคือช่วงที่ฤดูร้อนเริ่มไม่ได้แค่ "น่ารื่นรมย์" อีกต่อไป แต่กลายเป็นช่วงที่อากาศท้าทายแบบจริงจังเลยค่ะ เป็นเดือนที่มรสุมมาเต็มๆ เหงื่อออกจนเสื้อแนบหลังตั้งแต่สิบโมงเช้า ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบหรอกนะคะ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่สนุกกับการเหงื่อโชกแล้วโดดลงทะเลเพื่อล้างร้อน เดือนกรกฎาคมมีพลังงานพิเศษที่หาที่ไหนไม่ได้จริงๆ ค่ะ
ได้ครับ แต่ต้องรู้ก่อนว่าจะเจออะไรบ้าง เดือนกรกฎาคมไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ต้องปรับความคาดหวังให้สมจริงด้วยนะครับ ถ้าอยากเที่ยวทะเลและโอเคกับฝูงชนกับราคาที่สูงขึ้นหน่อย ก็มาได้เลยค่ะ แต่ถ้าในหัวกำลังนึกภาพตัวเองกำลังเดินป่าที่ Seoraksan หรือเดินเล่นถ่ายรูปบรรยากาศวัดอย่างชิลๆ ขอแนะนำให้เก็บทริปนั้นไว้รอเดือนกันยายนดีกว่าครับ กรกฎาคมต้องการคนที่ทนอากาศร้อนได้ และต้องมีไอเดียชัดเจนว่าจะทำอะไรค่ะ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเกาหลีครั้งแรกส่วนใหญ่อาจจะข้ามเดือนนี้ไปก่อนก็ได้นะครับ
สภาพอากาศในเดือนกรกฎาคมที่เกาหลีสรุปได้ในคำเดียวเลยค่ะ: มรสุม อุณหภูมิในเดือนกรกฎาคมนั้นหลอกลวงได้มากเลยนะคะ เพราะความชื้นที่สูงมักจะดันอุณหภูมิ "ที่รู้สึกได้จริง" ให้สูงขึ้นไปอีกหลายองศาเลยทีเดียวค่ะ
คาดว่าจะมีฝนตกหนักและตกอย่างกะทันหันนะคะ และพายุฝนฟ้าคะนองตอนบ่ายก็เป็นเรื่องปกติเลยค่ะ
ควรแต่งตัวยังไง: ใส่เสื้อผ้าที่เบาและระบายอากาศได้ดีเท่านั้นนะคะ ผ้าฝ้ายและผ้าลินินเป็นตัวเลือกที่ดีมากเลย สีอ่อนช่วยสะท้อนความร้อนได้ดีกว่าด้วยค่ะ อย่าลืมพกร่มไปด้วย และควรมีกระเป๋ากันน้ำหรือที่รองกันน้ำในกระเป๋าเป้สำหรับโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ รองเท้าแตะหรือรองเท้าแซนดัลที่แห้งเร็วก็จำเป็นมากเลยค่ะ
ครีมกันแดด: แม้วันที่ฝนตก รังสี UV ก็ยังส่องผ่านได้นะคะ ควรใช้ SPF 30 ขึ้นไป และทาซ้ำบ่อยๆ ถ้าลงเล่นน้ำด้วยค่ะ
Busan Mobility Festival งาน Busan Mobility Show กลับมาแล้วค่ะ พร้อมสโลแกน: "Moving Tomorrow"ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน ถึงวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม คุณสามารถมาสัมผัสอนาคตของยานพาหนะหลากหลายรูปแบบได้เลยค่ะ ทั้งรถยนต์สำเร็จรูปในประเทศและต่างประเทศ ที่ BEXCO เมือง Busan
งาน K-Handmade Fair เป็นเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างผู้สร้างสรรค์และผู้บริโภคค่ะ นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้เข้าชมสามารถสำรวจเทรนด์ตลาดและความยั่งยืนของแบรนด์ผู้สร้างสรรค์ได้อีกด้วย งานนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีพร้อมธีมที่แตกต่างกัน เปิดโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์ได้โชว์ผลงานของตัวเอง ในขณะที่ผู้เข้าชมก็สามารถเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดสุดเท่ที่มีคุณภาพสูง ดู DIY kits และเข้าร่วมโปรแกรมกิจกรรม hands-on สนุก ๆ มากมายได้เลยครับ
งาน K-Illustration Fair จัดขึ้นที่ BEXCO ในเมืองปูซานค่ะ งานนี้นำเสนอผลงานภาพประกอบในแบบที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิตประจำวันของผู้เข้าชม นอกจากนี้ยังเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อศิลปิน ผู้บริโภค และพันธมิตรทางธุรกิจเข้าหากัน รวมถึงเป็นเวทีแสดงเทรนด์ล่าสุดในวงการศิลปะภาพประกอบด้วยค่ะ
เทศกาลดนตรีร็อก อินชอน เพนทาพอร์ต เป็นเทศกาลดนตรีร็อกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกาหลีค่ะ ภายในงานมีการแสดงจากวงร็อกระดับโลกที่มีชื่อเสียง รวมถึงวงดนตรีหน้าใหม่ที่มีความสามารถอีกมากมาย เทศกาลนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงเพราะมีไลน์อัปที่พิเศษไม่เหมือนใคร หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ Camping Zone กลางแจ้ง ที่ผู้เข้าร่วมงานสามารถตั้งเต็นท์ชมวิวเวทีและพักค้างคืนได้ถึงสามวัน ซึ่งดึงดูดเหล่าคนทันสมัยที่อยากสัมผัสประสบการณ์แคมปิ้งควบคู่กับการชมเทศกาลดนตรีร็อกได้เลยครับ นอกจากนี้ในงานยังมีถึงสามเวทีพร้อมไลน์อัปศิลปินที่หลากหลาย ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจและความนิยมของเทศกาลนี้อีกด้วยค่ะ◎ เคล็ดลับเทศกาลดนตรีร็อก อินชอน เพนทาพอร์ต มีบริการรถรับส่งแบบชำระเงินที่รู้จักกันในชื่อ "ก๊กกามา" ครับ บริการนี้วิ่งรับ-ส่งแบบไป-กลับใน 13 เส้นทางทั่วประเทศ รวมถึง 7 เส้นทางในเขตเมืองหลวงและปริมณฑลด้วยค่ะ
งาน Seoul International Garden Show ได้ตกแต่งบริเวณ Seoul Forest ด้วยสวนธีมหลากหลายรูปแบบที่สร้างสรรค์โดยนักศึกษา ประชาชน ภาคธุรกิจ และความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศค่ะ
การแสดงกุกัก "จินยอน, ดนตรีแห่งงานเลี้ยงราชสำนัก" เปิดโอกาสพิเศษให้ได้สัมผัสความหลากหลายของศิลปะดั้งเดิมเกาหลีบนเวทีเดียวกันครับ สถานที่จัดการแสดงมีบรรยากาศอบอุ่นและออกแบบในสไตล์บ้านเกาหลีแบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ชมและนักแสดงได้มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียวค่ะ โปรแกรมการแสดงครอบคลุมดนตรีหลากหลายรูปแบบที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นดนตรีเกาหลี K-pop เพลงคลาสสิก และเพลงพื้นบ้านจากทั่วโลก การแสดงแบบ all-in-one นี้รวบรวมทั้งวัฒนธรรม เสียงดนตรี เครื่องดนตรี และการแสดงสดของเกาหลีไว้ในประสบการณ์เดียวที่น่าประทับใจมากๆ ครับ
สำนักงานเขต Suyeong-gu จัดงาน Gwangalli M Drone Light Show ที่หาด Gwangalli ทุกวันเสาร์ตลอดทั้งปีค่ะ ถือเป็นครั้งแรกของประเทศเลยทีเดียว!
นี่คือตัวเลือกที่ชัดเจนที่สุดเลยค่ะ ฮแอุนแดในปูซานนั้นแน่นขนัดถึงขีดสุด ซึ่งแปลว่าจะได้สัมผัสบรรยากาศที่คึกคักสุดๆ หรือไม่ก็วุ่นวายสุดๆ ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนนะคะ ส่วน Jeju นั้นค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ก็มอบวิวสวยงามที่สุดให้ได้ชมค่ะ ถ้าหากบินจากโซลไปชายฝั่ง อย่าลืมเผื่อเวลาไว้สำหรับการจราจรช่วงหน้าร้อนตอนขากลับด้วยนะคะ
ถ้าคุณไม่ได้แพลนไปทะเล ก็อยู่ที่โซลแล้วสัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำฮันในช่วงฤดูร้อนได้เลยค่ะ พอตกกลางคืน สวนสาธารณะริมแม่น้ำจะคึกคักไปด้วยคนท้องถิ่นที่พากันหิ้วอาหาร เครื่องดื่ม และมากับเพื่อนฝูง บอกเลยว่านี่คือหนึ่งในบรรยากาศการสังสรรค์ที่ดีที่สุดในเมืองช่วงหน้าร้อนเลยนะคะ แต่ถ้าเป็นช่วงกลางวันนี่ร้อนมากจนแทบไม่มีใครออกมา ส่วนใหญ่จะเลือกอยู่แต่ในร่มกันค่ะ
อาหารในเดือนกรกฎาคมถูกกำหนดโดยความร้อนทั้งหมดค่ะ วัฒนธรรมการกินของเกาหลีมีแนวทางเฉพาะสำหรับการกินในช่วงฤดูร้อน ซึ่งต้องใช้เวลาสักพักในการทำความเคยชิน นั่นก็คือแนวคิดที่ว่า การสู้กับความร้อนด้วยความร้อนนั้นได้ผลดีกว่าการหลีกเลี่ยงมัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ซุปไก่โสม (ซัมเกทัง) กลายเป็นพิธีกรรมประจำเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม โดยจะรับประทานกันในวันที่ร้อนที่สุดของปีเลยค่ะ
ผลผลิตตามฤดูกาลนั้นชัดเจนมากเลยค่ะ: พีช, ข้าวโพด, มะเขือเทศ ทั้งสามอย่างนี้อร่อยที่สุดในช่วงเดือนกรกฎาคมเลยครับ พีชของเกาหลีนั้นอร่อยจริงๆ และคุ้มค่ามากที่จะแวะซื้อจากแผงตลาดค่ะ ส่วนข้าวโพดมักจะนำมาย่างหรือต้มแล้วขายเป็นอาหารริมทาง และมันหวานจนกินเปล่าๆ โดยไม่ต้องเติมอะไรก็อร่อยมากๆ อยู่แล้วครับ
ชิลล์ วอเตอร์เมลอน พันช์ คือของหวาน/เครื่องดื่มแห่งเดือนกรกฎาคมเลยค่ะ นั่นก็คือชิ้นแตงโมในน้ำหวานหรือไซเดอร์ ทุกคาเฟ่จะขายเครื่องดื่มแตงโมตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปเลยนะคะ
บิงซู (ไอศกรีมน้ำแข็งใส) จะอร่อยที่สุดในช่วงเดือนกรกฎาคมเลยค่ะ บิงซูสไตล์เกาหลีสมัยใหม่นั้นทำได้อลังการมากๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็งไสจากนม ถั่วแดง นมข้นหวาน ผลไม้ และท็อปปิ้งอีกหลากหลาย ร้านแฟรนไชส์อย่าง Sulbing มีสาขาอยู่ทั่วไปและคุณภาพค่อนข้างสม่ำเสมอนะคะ แต่ร้านคาเฟ่เล็กๆ มักจะมีเมนูตามฤดูกาลที่อร่อยกว่าอีกค่ะ ทั้งบิงซูมะม่วงและบิงซูสตรอว์เบอร์รีประจำเดือนกรกฎาคม ถือว่าคุ้มค่าที่จะเดินทางไปลองมากๆ เลยค่ะ
จองที่พักล่วงหน้าไว้ก่อนเลยนะคะ: ถ้าคุณวางแผนจะไปเที่ยวทะเลในช่วงวันที่แน่นอน ควรจองล่วงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ เพราะราคาจะสูงกว่าเดือนเมษายนหรือพฤษภาคมอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว
การเดินทาง: ซื้อตั๋ว KTX หรือตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าไว้เลยนะคะ เพราะทางหลวงที่มุ่งหน้าไป Busan และเส้นทางไกลออกไปมักจะติดมากโดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่วนรถบัสกลางคืนจะคนน้อยกว่ารถบัสกลางวันค่ะ
สิ่งที่หลายคนมักมองข้าม: ความร้อนส่งผลต่อประสบการณ์การท่องเที่ยวของคุณมากกว่าที่คิดนะคะ เส้นทางเดินป่า 40 นาทีที่ดูไม่น่าจะลำบากอะไร อาจกลายเป็นการทรมานร่างกายได้เลย วัดที่อยากไปชมตอนพระอาทิตย์ตกก็ร้อนราวกับเตาเผา ลองวางแผนกิจกรรมให้สั้นลงและเน้นกิจกรรมทางน้ำแทนดูนะคะ และยอมรับได้เลยว่าช่วงบ่ายอาจต้องพักผ่อนในที่ที่มีแอร์ค่ะ
แผนสำรอง: เตรียมตัวเลือกในร่มไว้ด้วยนะครับ วันฝนตกไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เสื้อผ้าเปียก รองเท้าชุ่มน้ำ และฝนที่ตกมาแบบไม่ทันตั้งตัว ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเดือนกรกฎาคมค่ะ จะสนุกไปกับมันหรือจะหาคาเฟ่อุ่น ๆ หลบฝนเอาไว้ก็ได้เลยนะครับ
เสื้อผ้าน้ำหนักเบา (ผ้าฝ้าย, ผ้าลินิน), ร่มกันฝนแบบกันน้ำได้จริงๆ, กระเป๋ากันน้ำสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, รองเท้าแตะหรือแซนดัลแบบแห้งเร็ว และครีมกันแดด SPF สูงๆ นะคะ เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นถือเป็นชุดพื้นฐานเลยค่ะ แล้วก็อย่าลืมเสื้อแขนยาวเบาๆ สักตัว ใส่กันแดดได้ด้วย แถมยังช่วยรับมือกับแอร์เย็นเฉียบในร้านอาหารได้อีกด้วยค่ะ
เดือนกรกฎาคมเป็นช่วงราคาพีคเลยค่ะ ราคาโรงแรมในแถบชายหาด (โดยเฉพาะแฮอุนแด ปูซาน) สูงกว่าช่วงนอกฤดูกาลถึง 40-60% เลยทีเดียว ราคาอาหารโดยทั่วไปไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ร้านอาหารในย่านท่องเที่ยวอาจบวกราคาขึ้นมาหน่อยนะคะ ส่วนค่าเดินทางในเมือง (รถเมล์, รถไฟ) ราคาเท่าเดิมค่ะ
ใช่ครับ บริเวณว่ายน้ำที่กำหนดไว้จะมีการดูแลและตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ กระแสน้ำวนใต้ผิวน้ำไม่ค่อยพบที่นี่ ส่วนแมงกะพรุนมีพิษนั้นมีอยู่บ้าง แต่หาได้ยากมากในช่วงเดือนกรกฎาคม และในบริเวณแหล่งท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จะคอยจัดการกำจัดพวกมันด้วยนะครับ
อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 2020 ค่ะ ตอนนี้ถือวีซ่าพำนักประเภท F6 อยู่นะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
เทศกาลทราย Haeundae ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่เมือง Busan ประเทศเกาหลี ได้กลายเป็นหนึ่งในงานแกะสลักทรายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกค่ะ มาชื่นชมผลงานศิลปะคลาสสิกและร่วมสมัยที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากทรายได้อย่างน่าทึ่ง
เดือนพฤษภาคมเป็นเดือนที่หลายคนมักมองข้ามหลังจากฤดูชมซากุระ และนั่นแหละคือเหตุผลที่อยากแนะนำเลยค่ะ แค่เทศกาล Lotus Lantern Festival เทศกาลเดียวก็คุ้มค่าแก่การวางแผนเดินทางมากๆ แล้ว